นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก

1.  กาลิเลโอ กาลิเลอี
2.  กูกลิเอลโม มาร์โคนี
3.  ชาร์ลส์ ดาวิน
4.  โทมัส อัลวา เอดิสัน
5.  คาโรลุส ลินเนียส
6.  คาร์ล วิลเฮล์ม เชย์เลอร์
7.  โจเซฟ พริสต์ลีย์
8.   เจมส์ วัตต์
9.  โจฮันเนส เคพเลอร์
10  จอห์น ดาลตัน
11  จอร์จ สตีเฟนสัน
12  จอร์จ ไซมอน โอห์ม
13   เจมส์ คลาร์ก แมกเวล
14   แซมมวล มอร์ส
15  นีลส์ บอร์
16  นิโคลัส โคเปอร์นิคัส
17  ปิทาโกรัส
18  ไมเคิล ฟาราเดย์
19  แมกซ์ แพลงค์
20  มาดาม มารี คูรี่
21  รูดอล์ฟ ดีเซล
22  พี่น้องตระกูลไรท์ 
23  โรเบิร์ต บอยส์
24  เลโดนาร์โด ดา วินชี
25  วิลเลี่ยม ฮาร์วี่
26  วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน
27  หลุยส์ อักกะชี
28  หลุยส์ ปาสเตอร์
29  เออร์เนส รัทเธอร์ฟอร์ด
30   อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง
31  อัลเบิร์ด ไอน์สไตน์
32  อังตวน ลอเรนต์ ลาวัวซิเยร์
33  อังตวน แวน เลเวนฮุค
34  อเลส ซานโดร โวลตา
35  เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์
36  อังเดร มารี แอมแปร์
37  ไอแซก นิวตัน
38  อาร์คีมีดีส์
39  อาริสโตเติล
40  อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์

 

             

 

۞   ประวัติของนักวิทยาศาสตร์โลก 

Print this page
   


 

 

 

มาดาม มารี คูรี่ (MADAM MARIE CURIE)
เกิด 7 พฤศจิกายน ค.ศ.1867 เมืองวอร์ซอร์ ประเทศโปแลนด์
เสียชีวิต 4 กรกฎาคม ค.ศ.1934 กรุงปารีส ฝรั่งเศส

        ผู้ค้นพบรังสีเรเดียมที่ใช้ยับยั้งการขยายตัวของมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคร้ายที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่มีอัตราการตายของของคนไข้เป็นอันดับหนึ่งมาทุกยุคสมัย
        มารี เป็นชาวโปแลนด์ บิดาเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์และมักพาเธอมาที่ห้องทดลองเสมอจึงทำให้เธอสนใจวิชาด้านวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เด็ก แม้จะมาเหตุการณ์ทางเมืองเมื่อรัสเซียมาปกครอง โปแลนด์และบังคับให้ใช้ภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการก็ตาม หลังจบการศึกษาระดับต้นแล้ว เธอกับพี่สาวก็ทำงานด้วยการเป็นครูอนุบาลสอนหนังสือให้กับเด็กๆ แถวๆ นั้น โดยทั้งสองมุ่งหวังอยากไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส แต่เงินไม่พอกับค่าใช้จ่าย เธอจึงให้พี่สาวคือ บรอนยา ไปเรียนต่อด้านแพทย์ศาสตร์ ก่อน พอจบแล้วค่อยส่งเสียเธอเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ต่อไป จนพี่สาวจบมาเธอก็ได้ไปเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยปารีส สมใจแต่ด้วยเงินอันน้อยนิดจากพี่สาว ไม่พอต่อค่าใช้จ่ายเธอจึงดิ้นรนหางานทำ จนได้เป็นผู้ช่วยในห้องปฎิบัติการทางเคมี ของ ปิแอร์ คูรี่ จนทั้งสองแต่งงานมีลูกด้วยกัน แต่ ปิแอร์ เสียชีวิตก่อนเพราะอุบัติเหตุรถชน ระหว่างที่เรียนไปทำงานไปเธอก็มุ่งมั่นศึกษาทดลองไปเรื่อยๆ จนมาพบรังสีแร่ธาตุยูเรเนี่ยม โดยได้มาจากแร่พิทช์เบลนที่เป็นออกไซต์ชนิดหนึ่งสามารถแผ่รังสีได้ จากการเพียรพยายามทดลองมาหลายปีในการสกัดแร่ชนิดต่างๆ จนมาพบรังสีดังกล่าวทำให้เธอได้รับปริญญาเอกในการค้นพบแร่ธาตุเรเดียม จนในปี 1902 เธอก็สามารถสกัดแร่เรเดียมให้บริสุทธิ์ได้ เรียกว่า “เรเดียมคลอได์” ที่สามารถแผ่รังสีได้มากกว่ายูเรเนียมถึง 2,000,000 เท่า มีคุณสมบัติคือ ให้แสงสว่าง และความร้อนได้ และเมื่อแร่นี้แผ่รังสีไปถูกวัตถุอื่น วัตถุนั้นจะเปลี่ยนสภาพเป็นธาตุกัมมันตรังสีและสามารถแผ่รังสีได้เช่นเดียวกันกับแร่เรเดียม จนทำให้เธอได้รับรางวัลโนเบลต่อมา การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับแร่เรเดียมอย่างหนักและต่อเนื่องกว่า4 ปี ทำให้เธอได้รับรางวัลโนเบลอีกครั้ง แม้สามีจะเสียชีวิตก็ตาม ด้วยกำลังใจอันล้นเปี่ยม และเกิดภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้นผู้คนส่วนมากล้มตายและถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร เธอจึงอาสาสมัครเป็นอาสากาชาดเพื่อช่วยทหารที่บาดเจ็บ ในการเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ตระเวนรักษาตามหน่วยต่างๆ จนสงครามสงบเธอก็กลับมาทำงานแต่ก็ต้องล้มป่วยเพราะผลมาจากการทำงานหนักและโดนรังสีเรเดียมทำให้ไขกระดูกถูกทำลายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา


ผลงานการค้นพบ
  • ค้นพบธาตุเรเดียม
  • ได้รับรางวัลโนเบลถึง 2 ครั้งคือ ปี ค.ศ.1903 สาขาฟิสิกส์จากการค้นพบธาตุเรเดียม และครั้งสอง ก็สาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ.1911 จากการค้นคว้าหาประโยชน์จากธาตุเรเดียม

 

[buttom.htm]