Top 50 Popular Supplier
1 ร้านหนังสือออนไลน์ 621,487
2 การเพิ่มเว็บลงใน e-directory 59,482
3 E&L INTERNATIONAL CO., LTD. 57,073
4 T.N. METAL WORKS Co., Ltd. 54,333
5 เคอีบี (KEB ) ประเทศไทย 49,720
6 ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด 39,651
7 บ.ไทนามิคส์ จำกัด 36,033
8 สถาบันไทยเยอรมัน 34,771
9 Industrial Provision co., ltd 32,202
10 ลาดกระบัง ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด 31,567
11 Infinity Engineering System Co.,Ltd 29,122
12 สยาม เอลมาเทค (siam elmatech) 27,648
13 ไทยเทคนิค อีเล็คตริค จำกัด 26,795
14 ฟอร์จูน เมคคานิค แอนด์ ซัพพลาย 25,999
15 เอเชียเทค พาวเวอร์คอนโทรล จำกัด 25,340
16 บริษัท เวิลด์ ไฮดรอลิคส์ จำกัด 25,087
17 โปรไดร์ฟ ซิสเต็ม จำกัด 22,561
18 ซี.เค.แอล.โพลีเทค เอ็นจิเนียริ่ง 22,033
19 ธรรมคุณ ออโตเมชั่น 20,316
20 P.D.S. Automation co.,ltd 18,849
21 AVERA CO., LTD. 18,252
22 เลิศบุศย์ 17,882
23 ห้างหุ้นส่วนสามัญ เอ-รีไซเคิล กรุ๊ป 16,664
24 เทคนิคอล พรีซิชั่น แมชชีนนิ่ง 16,452
25 แมชชีนเทค 16,114
26 Electronics Source Co.,Ltd. 15,846
27 มากิโน (ประเทศไทย) 15,599
28 ทรอนิคส์เซิร์ฟ จำกัด 15,222
29 Pro-face South-East Asia Pacific Co., Ltd. 15,191
30 อีดีเอ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด 15,017
31 SAMWHA THAILAND 14,552
32 โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ 14,402
33 ดีไซน์ โธร แมนูแฟคเจอริ่ง 14,060
34 IWASHITA INSTRUMENTS (THAILAND) LTD. 14,057
35 CHEMTEC AUTOMATION CO.,LTD. 13,967
36 Intelligent Mechantronics System (Thailand) 13,885
37 เอส.เอส.บี สยาม จำกัด 13,875
38 I-Mechanics Co.,Ltd. 13,819
39 ศรีทองเนมเพลท จำกัด 13,469
40 Systems integrator 13,426
41 Advanced Technology Equipment 13,149
42 วอยก้า จำกัด 13,128
43 เอ็นเทค แอสโซซิเอท จำกัด 13,037
44 ดาต้า เอ็นทรี่ กรุ๊ป จำกัด 12,909
45 Autodesk Asia Pte Co., Ltd. 12,881
46 SUNAI GROUP CO.,LTD. 12,785
47 มิตราคม (Mitracom) 12,775
48 Pan Drives Co.,Ltd 12,746
49 K.P. Trading Group Company Limited 12,680
50 CHENGGANG Electrical Engineering 12,600
14/01/2556 07:17 น. , อ่าน 3,405 ครั้ง
Bookmark and Share
4G สำหรับคนไทย
โดย : Admin

รุจิระ บุนนาค
Rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag

 

 

 

 

 

การเกิดขึ้นของระบบ 3G หรือเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลทั้งภาพและเสียงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในประเทศไทย อันเนื่องมาจากการจัดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ถือเป็นพัฒนาการขั้นสำคัญอันหนึ่งของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการยกระดับในทางเทคโนโลยีแล้วยังเป็นการเริ่มต้นของการใช้ระบบใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่มาแทนที่ระบบสัญญาสัมปทานที่ใช้มาอย่างยาวนาน

 

อย่างไรก็ตาม ระบบ 2G อันเป็นเทคโนโลยีที่เน้นการติดต่อสื่อสารด้วยเสียง ซึ่งมีมาก่อนระบบ 3G ก็ยังเป็นระบบการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีผู้ใช้สูงสุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบ 2G บนย่านความถี่ 1800 MHz ของบริษัท กสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นั้น ปัจจุบันยังมีผู้ใช้บริการอยู่ถึง 18 ล้านเลขหมาย ภายใต้สัมปทานของบริษัท กสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย กสท. เป็นผู้ให้บริการประมาณ 200,000 เลขหมาย นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการอีก 2 ราย ที่ให้บริการภายใต้สัมปทานของ กสท. ซึ่งคลื่นความถี่ 1800 MHz นำไปให้บริการระบบ 2G อีกประมาณ 17 ล้านเลขหมายเศษ ได้แก่ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท  แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยสัมปทานดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2556 ทำให้เกิดคำถามว่า หลังจากหมดสัญญาสัมปทานสำหรับคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ใช้กับระบบ 2G แล้ว กสทช. จะดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ 1800 MHz นี้อย่างไร  โดยไม่เกิดผลกระทบสิทธิของผู้ใช้ประโยชน์ และให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

นอกจากการให้บริการด้านเสียงด้วยระบบ 2G แล้ว คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ยังสามารถนำไปให้บริการเพื่อส่งผ่านข้อมูลทั้งภาพและเสียงในระบบ 4G (Long Term Evolution หรือ LTE) ได้อีกด้วย โดยคลื่น 1800 MHz ที่จะนำไปให้บริการ 4G นั้น จะต้องมีแถบความถี่ (Bandwidth) ที่กว้างหรือมีจำนวนที่มากพอ คลื่นความถี่ที่ผู้ให้บริการ 2G ในปัจจุบันถือครองอยู่รายละ 12.5 MHz ยังไม่เพียงพอที่จะนำไปจัดสรรโดยวิธีการประมูลเพื่อนำไปให้บริการในระบบ 4G ได้ กสทช. จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไรเพื่อให้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz มีจำนวน Bandwidth ที่มากพอจะนำไปประมูลเพื่อให้บริการ 4G ซึ่งแม้การเรียกคืนคลื่นความถี่จากหน่วยงานที่ครอบครองจะเป็นมาตรการหนึ่งที่สำคัญ แต่ในกรณีของคลื่นความถี่ 1800 MHz กสท. ซึ่งเป็นเจ้าของคลื่นเดิมก็ได้ออกมาแสดงท่าทีที่ชัดเจนแล้วว่าไม่ประสงค์จะคืนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ให้แก่ กสทช. โดยนำเอากรณีการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของผู้ให้บริการ 2G ข้างต้นมาเป็นข้ออ้างในการเก็บคลื่น 1800 MHz ไว้กับตนเองต่อไป เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา กสท. เองไม่เคยมีบทบาทในการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเช่นนี้มาก่อน
 

ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการนำคลื่น 1800 MHz ไปทำการจัดสรรโดยวิธีการประมูลก็คือ หากผู้ที่ชนะการประมูลกลายเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหม่ แต่ผู้ใช้บริการยังคงต้องการใช้หรือคงสิทธิในเลขหมายเดิม ที่แม้ในปัจจุบันจะมีมาตรการรองรับการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยยังคงใช้เลขหมายเดิม (Mobile Number Portability หรือ MNP) แล้วก็ตาม แต่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ก็ยังมีปัญหาไม่สามารถให้บริการคงสิทธิเลขหมายแก่ผู้ใช้บริการได้ตามที่ กสทช. ได้ออกกฎเกณฑ์กำหนดไว้ โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะสามารถโอนย้ายเลขหมายให้แล้วเสร็จได้ในจำนวน 40,000 เลขหมายต่อวัน ซึ่งในความเป็นจริงขีดความสามารถในการย้ายเลขหมายปัจจุบันอยู่ที่เพียง 4,000 เลขหมายต่อวันเท่านั้น หากยังเป็นเช่นนี้ในกรณีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนย่านความถี่ 1800 MHz จำนวน 18 ล้านเลขหมาย อาจต้องใช้เวลาถึง 12 ปี ในการเปลี่ยนย้ายเครือข่าย ในขณะที่ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่จะมีอายุเพียง 15 ปี

 

จากหลาย ๆ ปัญหาข้างต้นทำให้เห็นได้ว่าการนำคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz มาจัดสรรโดยวิธีการประมูล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการดังกล่าวอย่าง กสทช. เองก็ยังไม่เคยเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ถึงมาตรการในการป้องกันหรือจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง ๆ ที่สัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ของผู้ให้บริการ 2 ราย กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน 2556 นี้ ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เห็นถึงสภาพปัญหาดังกล่าวและความสำคัญที่จะเตรียมความพร้อมของการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานลงเพื่อที่จะเป็นแนวทางสำหรับคลื่นความถี่ย่าน  อื่น ๆ ที่จะทยอยหมดสัญญาสัมปทานในอนาคต ตลอดจนปัญหาที่เกิดจากกฎระเบียบที่ไม่ชัดเจนอันจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนากิจการโทรคมนาคม จึงได้จัดการประชาพิจารณ์ในหัวข้อ “ทิศทางโทรคมนาคมไทย หลังสิ้นสุดระบบสัมปทานเมื่อเข้ายุค 3G และ 4G” ขึ้นในวันอังคารที่ 22 มกราคม 2556 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ 213-216 อาคารรัฐสภาสอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึง 13.00 น. โดยมีตัวแทนจากคณะกรรมการ กสทช. ตัวแทนผู้บริโภคและนักวิชาการด้านโทรคมนาคม มาร่วมกันให้ความเห็นและพิจารณาถึงปัญหาดังกล่าว และหาทางออกเพื่อ    มิให้การเปลี่ยนผ่านของการจัดสรรคลื่นความถี่ในระบบสัมปทานไปสู่การออกใบอนุญาตเกิดผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ จึงขอเชิญผู้สนใจความเป็นไปในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยทุกท่านเข้าร่วมประชาพิจารณ์ดังกล่าว เพื่อจะได้รับทราบถึงทิศทาง ตลอดจนปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย หลังจากการประมูล 3G ได้ผ่านพ้นไป  เพื่อจะร่วมกันหาทางออกและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น โดยลงทะเบียนและสำรองที่นั่งได้ที่  thaitelecom3G4G @gmail.com




 

นายเอ็นจิเนียร์ขอสงวนสิทธิ์รับรองความถูกต้อง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารข้อมูล

 

 

 

20 January 2020
:: MEMBER LOGIN
E-mail Account
Password
:: OUR SPONSORS
สหพร
PLC
mitsubishi
tnmetalworks
tds
keb
tigersmile