>> 9expo/ศูนย์แสดงสินค้าออนไลน์ >> ซื้อ-ขายเทคโนโลยี คลิกที่นี่
E- Hall - 01
Electrical  Technology
E- Hall - 04
PLC & Control System
E- Hall - 07
CNC &  Metal Machinery
E- Hall - 10
Safety & Environment

E- Hall - 02
Energy Saving Tech
E- Hall - 05
Pne & HydraulicsTech.
E- Hall - 08
CAD/CAM / CAE
E- Hall - 11
Maintenance Tools

E- Hall - 03
Robot & Material Handling Tech.
E- Hall - 06
Motor Control & Drives,
E- Hall - 09
Electrical  Instrument
E- Hall - 12
Heavy Equipment

Home | About Us | Electric & Energy | Automation | CNC,CAD/CAM Web board | Guest Book | Contact Us |

»

 บทความและสาระน่ารู้
 มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 
   
High  Efficiency  Motor
อุปกรณ์ควบคุมภาระการใช้งานมอเตอร์  
   
Motor Load Control
อุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ 
  
Variable Speed Drive : VSD
อุปกรณ์ควบคุมภาระใช้งานมอเตอร์
  
Dynamic  Motor  Load  Control
อุปกรณ์ควบคุมค่าดีมานด์
  
Demand Controller
หม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพ
 
 
High Efficiency Transformer
อุปกรณ์ปรับระดับแรงดันไฟฟ้า
   
Voltage Regulator
เครื่องเชื่อมประสิทธิภาพสูง 
   High  Efficiency  Welding Machine
บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์  
  
  Electronic Ballast
อุปกรณ์ควบคุมแสงสว่าง
   
Fluorescent Lighting Control
อุปกรณ์ปรับความเข้มแสงหลอด HID
  
 HID  Power Reduction
เครื่องทำความเย็นแบบดูดซึม
   
Vapour absorption Chillers
เครื่องทำความร้อนแบบใช้ความร้อน
เหลือทิ้งจากเครื่องทำความเย็น
หรือเครื่องปรับอากาศ
Water Heater Using
Waste heat From A/C 
เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น
  
Plate Heat Exchanger
 


มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 
(High  Efficiency  Motor )

มาทำความเข้าใจถึงการสูญเสียในมอเตอร์

                ประสิทธิภาพมอเตอร์ ถูกกำหนดค่าโดยกำลังขาออก  (Watt  Output) หารด้วยกำลังขาเข้า (Watt  Input) หรือในรูปแบบกลับกัน  โดยกำลังขาเขาหักออกด้วยกำลังที่สุญเสียไป (Watt  Losses)  หารด้วยกำลังขาเข้า  โดยกำหนดให้ค่ากำลังหนึ่งแรงม้าทางกลมมีค่าเท่ากับ 746 วัตต์ของกำลังไฟฟ้า
              ทางเดียวที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของมอเตอร์จำเป็นต้องลดการสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นค่าความสูญเสียเมื่อมอเตอร์ไม่ได้รับภาระการทำงานหรือไม่มีโหลด
(No  Load  Losses) จะมีค่าคงที่เกิดขึ้นเมื่อเราป้อนพลังงานเข้ามอเตอร์ ซึ่งจะรวมถึงความสูญเสียที่เกิดจากความเสียดทานและเกิดขึ้นที่ตลับลูกปืนของมอเตอร์ความสูญเสียจากแรงลมเกิดขึ้นจากพัดลมระบายความร้อนของมอเตอร์ และแรงฉุดของลมโรเตอร์ (สำหรับมอเตอร์แบบเปิด IP23) การสูญเสียที่แกนเหล็กประกอบด้วยการสูญเสียจากค่าฮีสเตอร์รีซีส (Hysteresis Losses) และการสูญเสียจากกระแสไหลวน (Eddy Current Losses) ในวงจรแม่เหล็กของมอเตอร์ การสูญเสียเมื่อมอเตอร์ไม่มีโหลดมีค่าประมาณ 30 % ของค่าความสูญเสียรวมในมอเตอร์ตัวหนึ่ง ๆ และเกิดขึ้นไม่ว่ามอเตอร์จะหมุนตัวเปล่าหรือใช้งานอยู่ก็ตาม

         ความสูญเสียเมื่อมอเตอร์ต้องรับภาระหรือโหลดที่เกิดขึ้น
(Load Losses) การสูญเสียที่สเตเตอร์หรือโรเตอร์ เป็นผลของความต้านทานของวัสดุที่ใช้ตัวนำที่สเตเตอร์ ตัวนำที่โรเตอร์ และวงจรแม่เหล็กของมอเตอร์เราสามารถควบคุมค่าความสูญเสียได้ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมส่วนการสูญเสียจากภาระการใช้งานเป็นผลที่เกิดจากฮาร์โมนิค และการสูญเสียที่เกิดจากกระแสไหลวน สามารถควบคุมการสูญเสียนี้ได้จากการออกแบบ และการควบคุมกรรมวิธีการผลิต


    
ทำไมมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงถึงมีราคาสูงกว่า
        ปรัชญาการออกแบบมอเตอร์อุตสาหกรรมได้เพ่งเล็งไปที่ความทนทาน มีอายุการใช้งาน ได้นานโดยที่มีราคาสมเหตุสมผล และก่อนวิกฤตการณ์น้ำมันจากกลุ่มประเทศอาหรับในช่วงปี พ
..2516 ถึง 2517 ที่ทำให้ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของมอเตอร์เป็นเรื่องค่อนข้างไม่สำคัญ แต่ในปัจจุบันนี้มอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงจะรวมเอาลักษณะการสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้ยาวนานไว้ด้วยจากลักษณะโครงสร้างพิเศษ ดังต่อไปนี้
         - ปรับปรุงคุณสมบัติของแกนเหล็กให้ดีขึ้น  มอเตอร์ธรรมดาจะใช้เหล็กเคลือบผิว (Laminated Steel) คาร์บอนต่ำสำหรับทำแกนเหล็กที่ โรเตอร์และสเตเตอร์ เหล็กแบบดังกล่าวมีการสูญเสียกำลังของไฟฟ้า 3 วัตต์ต่อน้ำหนักเหล็กหนึ่งปอนด์ ส่วนมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงจะใช้เหล็กซิลิกอนเกรดสูง ซึ่งเป็นแบบที่จะลดการสูญเสียกำลังของไฟฟ้าจากกระแสดไหลวนไปได้ถึงครึ่งหนึ่ง คือเหลือเพียงประมาณ 1.5 วัตต์ต่อน้ำหนักเหล็ก 1 ปอนด์
        
-  ใช้เหล็กเคลือบผิวที่บางกว่า   การลดความหนาของแผ่นเหล็กที่ทำแกนของโรเตอร์ และสเตเตอร์ ก็เป็นการลดความสูญเสียกำลังจากกระแสไหลวนให้ต่ำลง นอกจากนี้การ ปรับปรุงฉนวนระหว่างแผ่นเหล็กจะช่วยลดการสูญเสียเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น
      
-   เพิ่มปริมาณตัวนำทองแดง   มอเตอร์ธรรมดาแบบเก่าจะใช้สายตัวนำเป็นอะลูมิเนียม โดยมีขนาดพอดีกับค่ากระแสสูงสุดของมอเตอร์ แต่มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงจะใช้ตัวนำที่เป็นทองแดงเพื่อให้ความต้านทานชุดขดลวดต่ำลงด้วยตัวนำขนาดใหญ่กว่าปกติประมาณ 35-40 %
     
    ปรับปรุงการออกแบบร่องสล็อท   เพื่อที่จะจัดให้มีพื้นที่สำหรับขดลวดทองแดงที่มีประมาณมากขึ้น และฉนวนที่มีเพื่อขึ้นตามความจำเป็น พื้นที่ภาคตัดขวางของร่องสล็อทต้องขยายขนาดออกไปประมาณ 50 % เพื่อชดเชยกับพื้นที่ภาคตัดขวางของช่องที่กว้างขึ้น ทำให้ต้องใช้แกนของสเตเตอร์ที่ยาวออกไปอีก แกนที่ยาวขึ้นกว่าเดิมมีผลให้ได้ประโยชน์เพิ่มที่สำคัญในลักษณะของการปรับปรุงตัวประกอบกำลัง (Power Factor) ของ มอเตอร์ให้ดีขึ้น
    
   ปรับปรุงฉนวนของโรเตอร์    การสูญเสียกำลังบางส่วนจะเกิดขึ้นโดยไม่เจตนาจากกระบวนการผลิตมอเตอร์ที่ทำให้เกิดทางเดินกระแสไฟฟ้าที่ไม่ต้องการระหว่างตัวนำที่โรเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อตัวนำที่โรเตอร์ถูกทำให้อยู่ในแนวเฉียง ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติในการออกแบบตามปกติเพื่อลดเสียงรบกวนและแรงบิดที่ไม่สม่ำเสมอในมอเตอร์ขนาดเล็ก ในการผลิตมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ขอบของช่องโรเตอร์จะใช้ฉนวนทนอุณหภูมิสูงเพื่อลดทอนการสูญเสียเหล่านี้
    
    ออกแบบพัดลมที่มีประสิทธิภาพมากกว่า    เนื่องจากมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงจะทำงานโดยมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าแบบธรรมดา ทำให้มีพัดระบายความร้อนที่เล็กกว่า ลดทอนการสูญเสียกำลังจากแรงลม และมีผลทำให้มีเสียงรบกวนน้อยกว่า

การเลือกมอเตอร์สำหรับเปลี่ยนทดแทน


    
บทเรียนราคาแพงอีกอย่างหนึ่ง คือ การเปลี่ยนมอเตอร์โดยใช้มอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมโดยพละการ ไม่คำนึงว่ามอเตอร์นั้นเป็นมอเตอร์ที่สมควรเปลี่ยนหรือไม่ หลักเกณฑ์การ
เปลี่ยนมอเตอร์เก่าทดแทนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ “การเลือกมอเตอร์สำหรับเปลี่ยนทดแทน (Retrofit)”


  
 การคำนวณค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ต่อปี
            ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงการคำนวณสำหรับการเปลี่ยนมอเตอร์ธรรมดาประสิทธิภาพ 91.7 % ด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง 94.1 % ที่มีขนาดเท่ากัน มอเตอร์เครื่องนี้มีกำลัง 50 แรงม้า ใช้รับโหลดเต็มที่และทำงาต่อเนื่อง (8.760 ชั่วโมง ต่อปี) อัตราพลังงานคือ 1.75 บาท ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง การคำนวณการประหยัดพลังงานต่อปีจะคำนวณได้จากสมการนี้


S = 0.746 X H X L X C X N (100/
EB-
100/EA)
 
        แทน  S  =  กาประหยัดต่อปีเป็นบาท H  =  แรงม้าของมอเตอร์
        L  =  การรับโหลดของมอเตอร์   C  =  อัตราพลังงานไฟฟ้า บาท/กิโลวัตต์ชั่วโมง
        N  =  ชั่วโมงการทำงานต่อปี EA = ประสิทธิภาพของมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง เป็นร้อยละ
        EB = ประสิทธิภาพของมอเตอร์แบบธรรมดา เป็นร้อยละ
        S = 0.746 X 50 X 1 X 1.75 บาท 8.760V (100/91.7-100/94.1)
        การประหยัดต่อปี  =  15.896 บาท (คิดเป็นระยะเวลาคืนทุนประมาณ 1 ปี)

    สอบถามจากผู้แทนจำหน่ายมอเตอร์
         การปรึกษากับผู้แทนจำหน่ายมอเตอร์ ก่อนลงมือเปลี่ยนมอเตอร์ใหม่จะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ผู้แทนจำหน่ายมอเตอร์สามารถช่วยในวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ และสามารถให้ข้อมูลเฉพาะเรื่องในองค์ประกอบในการประเมินค่าที่สำคัญ ๆ เช่น ลักษณะการออกแบบพิเศษ ประสิทธิภาพการรับประกันอย่างต่ำที่สุด และค่าตัวประกอบกำลังของมอเตอร์

   การเลือกมอเตอร์สำหรับเปลี่ยนทดแทน (Retrofit)
       หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ควรจำนะมาพิจารณาเพื่อเลือกลำดับความสำคัญก่อนหลังให้แก่มอเตอร์รุ่นเก่าที่สามารถจะเปลี่ยนทดแทนได้โดยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง

             - 
    สภาพโดยทั่วไป  สังเกตความเสียหายบนตัวถังของมอเตอร์หรือฉนวน หากมอเตอร์นั้นได้ผ่านการพันขดลวดใหม่มาแล้วหลายครั้งหรือเมื่อทำงานแล้วมีความร้อนหรือมีประวัติด้านความเสียหายของตลับลูกปืนหรือปัญหาอื่น ๆ มาก่อน มอเตอร์เช่นนี้เหมาะสมที่จะเปลี่ยนใหม่ด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง
            - 
      อายุ  มอเตอร์อายุการใช้งานมากก็เป็นมอเตอร์ที่มีโอกาสชำรุดมากขึ้น และปกติจะมีประสิทธิภาพต่ำกว่ามอเตอร์ใหม่
            - 
     ชั่วโมงการใช้งานต่อปี   มอเตอร์ที่ถูกใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงปกติมักจะเป็นมอเตอร์ที่สมควรเลือกสำหรับการเปลี่ยนทดแทนที่สุดแต่มอเตอร์ที่ใช้งานเพียงช่วงเวลาเดียวใน 1 วัน ก็ควรจะพิจารณาว่าอัตราการใช้กระแสไฟฟ้าสูงหรือไม่
            - 
     ลักษณะการรับโหลด   มอเตอร์ที่ทำงานด้วยโหลดเต็มที่หรือเกือบเต็มที่เป็นมอเตอร์ที่น่าเลือกที่สุดตามหลัก อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนทดแทน โดยการใช้มอเตอร์ขนาดที่เล็กและขนาดของมอเตอร์ ใกล้เคียงกับการโหลดที่แท้จริง ทดแทนมอเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโหลดมาก ๆ ก็สามารถได้ความประหยัดในด้านพลังงาน
            - 
       ความเร็วใช้งาน   จุดที่ดีที่สุดในด้านประสิทธิภาพจะมอเตอร์ที่ทำงานระหว่าง 1200-3600 รอบต่อนาที
            - 
     การใช้งาน    มอเตอร์ที่ใช้งานกับโหลดคงที่จะเป็นมอเตอร์ที่น่าเลือกกว่ามอเตอร์ที่รับโหลดแปรปรวน มอเตอร์ที่ใช้บนเครน ลูกรอกงานเจาะ งานเครื่องจักร ฯลฯ ปกติจะยากที่จะนำมาเปลี่ยนทดแทนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง
            - 
    แบบมาตรฐานหรือแบบพิเศษ   มอเตอร์ที่ผลิตมาโดยเฉพาะงานไม่เหมาะนำมาปรับปรุง หรือเปลี่ยนทดแทนด้วยมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง แต่อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนวิธีต่อประกับจะสามารถทำให้มอเตอร์แบบธรรมดามาใช้ทดแทนแบบที่ออกแบบพิเศษได้

 

  ที่มา : เอกสารเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  

 Copyright © 2005 by  www.9engineer.com, All rights reserved. Comments and Suggestions Mail to : Webmaster@9engineer.com