อุปกรณ์ควบคุมค่าดีมานด์
   (Demand Controller)   
  

      อุปกรณ์ควบคุมค่าดีมานด์  (Demand Controller)  โดยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนที่เป็นค่าไฟฟ้าและค่าบำรุงรักษา เพราะระบบไฟฟ้าที่มีคุณภาพสามารถยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้า ทั้งยังช่วยลดปัญหาการติดขัดของขบวนการผลิตอันเกิดจากสาเหตุที่ไม่สมควรทำให้ต้องสูญเสียโอกาสในทางการค้า

   อุปกรณ์ควบคุมค่าดีมานด์
       
ประกอบด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่สำคัญ ดังนี้


    1.    ควบคุมการใช้ไฟฟ้าด้วยการจำกัดการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด
               ซึ่งสามารถแจ้งเดือน และกำหนดจุดควบคุม พร้อมทั้งสามารถตั้งเวลาในการตัดโหลดได้ด้วย สามารถจัดลำดับและจัดกลุ่มของโหลดตามความสำคัญก่อนหลังได้ ซึ่งจะทำให้สามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้จำนวนหนึ่ง โดยอุปกรณ์ควบคุมค่าดีมานด์ (Demand Controller)  นี้ยังมีฟังก์ชั่นประกอบที่สำคัญ คือ

-  แจ้งเดือนด้วยรีเลย์เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ  เช่น  กระแสเกิน โวลท์ท็เกิน กระแสไม่สมดุลย์ ฯลฯ พร้อมทั้งบันทึกสาเหตุ วัน  เวลา  และพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขต่อไป


 
   
2.
 ควบคุมเพาเวอร์แฟ็คเตอร์
           ตามปกติเมื่อทำการติดตั้งหม้อแปลงจะต้องทำการติดตั้งคาปาซิเตอร์เพื่อลด
Reactive Power  แต่เนื่องในโรงงานจะมีการใช้โหลดประเภทมอเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงตลอด รวมทั้งอาจจะมีการเพิ่มโหลดประเภทมอเตอร์ขึ้นอีกในภายหลัง ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตั้งเครื่องควบคุมค่าเพาเวอร์แฟ็คเตอร์เพิ่มเติม



  
3.
  การควบคุมคุณภาพของระบบไฟฟ้าด้วยการลดค่าฮาร์โมนิค

โหลดประเภท Variable Speed drives, Computer, Electrnic ballast ฯลฯ  สามารถทำให้เกิดฮาร์โมนิด  ซึ่งอาจเปนสาเหตุทำให้เบรคเกอร์ตัดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจจะเข้าไปรบกวนระบบโทรศัพท์ ทำให้หม้อแปลงคาร์ปาซิเตอร์ และมอเตอร์ร้อนกว่าปกติได้ถ้าสามารถรู้ค่าฮาร์โมนิคหรือความถี่ที่เข้ามารบกวนระบบก็จะทำให้สามารถออกแบบระบบกรองความถี่นั้น ได้ ซึ่งอุปกรณ์ดงกล่าวสามารถตรวจเช็คฮาร์โมนิคได้ถึงฮาร์โมนิคที่ 63 แสดงค่าได้ทั้งในรูปแบบของ Spectrum, Waveform และตัวเลขซึ่งสามารถนำค่าที่วัดได้มาคำนวณหาค่าความถี่เพื่อออกแบบกรองความถี่ได้

 

4.    ควบคุมการจัดสรรโหลดของหม้อแปลงอย่างมีประสิทธิภาพและสมดุลย์
                          
ด้วยการวัดและแสดงค่าจริงของกระแสโวลท์แบบแยกเฟสรวมทั้งค่ากิโลวัตต์ กิโลวาร์  กิโลโวลท์ แอมแปร์และค่าที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เนื่องจากโหลดไม่สมดุลย์ในแต่ละเฟส จะทำให้เกิดการสูญเสียและเกิดความร้อนผิดปกติได

อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้าในปัจจุบัน ยังช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วต่อการใช้งาน ซึ่งจะใช้ระบบ  Computer Base ทำให้มีความสามารถในการรับ-ส่งข้อมูลแบบ digital โดยผ่าน Port สื่อสารแบบ RS 232  และ RA485  ทำให้วิศวกรรมสามารถควบคุมและเรียกข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโดยผ่านคอมพิวเตอร์หรือระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ได้

 

ความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ในการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดนั้น คาดว่าจะสามารถลดค่าไฟฟ้าจากการควบคุม Peak Demand ลงได้ประมาณ 10-20 % หรือคิดเป็นระยะเวลาคืนทุนในการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ไม่เกิน 3 ปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโหลดที่สามารถตัดได้)

 

  ที่มา : เอกสารเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย