|
ASI
ถูกเริ่มต้นพัฒนาในปี
ค.ศ. 1993
โดยบริษัทจากประเทศเยอรมัน
และสวิซเซอร์แลนด์
11
บริษัทร่วมกันจัดตั้ง
“สมาคม ASI” (ASI consortium)
และได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากกระทรวงวิจัย
และพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศเยอรมัน
(BMBF)
เทคโนโลยี
ASI
เป็นมาตราฐาน
IEC 947
ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า
80
องค์กรในทวีปยุโรป
อเมริกาเหนือ
และประเทศญี่ปุ่น
ปัจจุบันมีสินค้า
ASI มากว่า 200
ชนิด
จากผู้ผลิตมากว่า
30 บริษัท ASI
ย่อมาจากคำว่า
Actuator Sensor Interface
เป็นระบบที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ทำงาน
(Actuator)
และเซนเซอร์
(Sensor) เข้ากับคอลโทรลเลอร์อย่างเช่น
PLC (Programmable logic control) , NC (Numerical controller) ,
RC (Robot controllers) หรือ PC
(Personal computers)
โดยจุดประสงค์เพื่อมาแก้ปัญหาเรื่องการติดตั้งแบบเก่า
(Traditional cable tree)
ซึ่งจะใช้สายไฟฟ้าเพียงแค่
2
เส้นเท่านั้น
(ดังแสดงตามรูป)
ซึ่งสามารถป้อนสัญญาณควบคุม
(Signal)
และพลังงานไฟฟ้า
(Power)
ในเวลาเดียวกันทำให้สามารถลดจำนวนสายไฟได้มากซึ่งประหยัดทั้งต้นทุนของสายไฟและงานติดตั้งรวมถึงช่วยให้การดูแล
และซ่อมบำรุงระบบเป็นไปได้ง่ายอีกด้วย
 
Actuator
Sensor Interface (ASI)
หัวใจสำคัญของระบบ
ASI ก็คือ Slave-chip (ASIC :
Application Specific Integrated Circuit)
ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่าง
Actuator / Sensor กับ Controller
เปรียบเสมือนกับว่า
slave-chip
เป็นป้ายบ้านเลขที่เพื่อให้
controller ติดต่อ Actuator
/ Sensor
ได้ถูกต้อง
ซึ่ง salve-chip
จะมี 2
แบบคือ
|

|
1)
External ASI slave-chip slave - chip
จะฝังอยู่ในโมดูลตัวหนึ่งซึ่งโมดูลนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อให้
Actuator และ Sensor
ที่เป็นระบบเก่า
(Conventional)
ให้สามารถคุยกับคอลโทรลเลอร์ได้
(ตามรูป) |
| 2)
Integrated ASI slave – chip , slave – chip
จะฝังอยู่ใน
Actuator และ Sensor
ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถคุยกับคอลโทรลเลอร์ได้โดยตรง
(ตามรูป)
ซึ่งทำให้บทบาทของ
Actrator และ sensor
เปลี่ยนไปจากแบบเก่า
(Conventional)
ที่เคยใช้กันอุปกรณ์สามารถสื่อสารข้อมูลได้สองทิศทางคือ
ข้อมูลสามารถถูกส่งจากคอลโทรลเลอร์ไปยังอุปกรณ์ต่อพ่วง
(Peripheral) ได้
และข้อมูลยังสามารถส่งจากอุปกรณ์ต่อพ่วงไปยังคอลโทรลเลอร์ได้อีกด้วยนั้นหมายถึงว่า
เซนเซอร์จะเปลี่ยนบทบาทจากที่เคยเป็นอุปกรณ์ที่ส่งข้อมูลไปยังคอลโทรลเลอร์อย่างเดียวมาเป็นเซนเซอร์ที่สามารถ
รับคำสั่งให้ทำงานจากคอลโทรลเลอร์ได้อีกด้วย |

โครงสร้างระบบ
Actuator sensor Interface
ซึ่งเราจะเรียกว่าเป็น
Intelligent sensor
และเช่นเดียวกันสำหรับ
Actuator
จะเปลี่ยนบทบาทจากที่เคยแต่รับคำสั่งจากคอลโทรลเลอร์อย่างเดียวมาเป็น
Actuator
ที่สามารถตรวจสอบตัวเองได้และรายงานผลไปยังคอลโทรลเลอร์ได้อีกด้วย
ซึ่งเราจะเรียกว่า
Intelligent Actuator

ตัวอย่างเครื่องจักร
Pick and Place

โครงสร้างเครื่องจักรแบบ
เก่า ( Conventional System ) |

โครงสร้างเครื่องจักรโดยใช้ระบบ
ASI bus system |

ตัวอย่าง
ตู้ควบคุมไฟฟ้าแสดงปริมาณสายไฟของระบบเก่าและระบบ
ASI
|