|
Variable Displacement Axial Piston Pump คือ ปั๊มไฮดรอลิกที่มีโครงสร้างแบบลูกสูบจัดวางเป็นแนวเดียวกับเพลาขับปั๊ม
ซึ่งมีความสามารถปรับเปลี่ยนค่าอัตราไหลได้
ซึ่งปั๊มดังกล่าวมีอยู่ด้วยกัน ประเภท คือ Bent Axis Piston Pump และ
Swash plate Piston Pump โดยที่ทั้ง 2
ประเภทมีหลักในการปรับเปลี่ยนค่าอัตราการไหลที่เหมือนกัน คือ
ปรับระยะชักของลูกสูบในการดูดน้ำมันไฮดรอลิก ดังรูปที่ 1
ซึ่งเป็นการปรับระยะชักลูกสูบของปั๊มแบบ Bent Axis โดยปรับมุมเอียงระหว่างเพลาขับกับชุดกระบอกสูบถ้าค่ามุมเอียงมากระยะชักของลูกสูบก็มากตามไปด้วยทำให้อัตราการดูดและจ่ายน้ำมันออกมาก
เช่นกัน |
|
 |
|
รูปที่ 1 แสดงการปรับระยะชักลูกสูบของ Bent Axis Piston pump |
|
ส่วนการปรับระยะชักลูกสูบของปั๊มแบบ Swash Plate นั้น
กระทำได้โดยการปรับมุมเอียงของแผ่นเอียงกับแกนเพลาขับนั้นเอง
ซึ่งแสดงไว้ในรูปที่ 2

รูปที่ 2 แสดงการปรับระยะชักลูกสูบของ Swash Plate Piston Pump |
|
จากรูปที่ 2 จะพบว่าแผ่นเอียงจะทำงานได้ โดยการเคลื่อนที่ของชุด
Servo Cylinder หรือ Control Cylinder
ซึ่งวิธีการควบคุมให้ Servo
Cylinderหรือ Control Cylinder เคลื่อนที่นั้นยังสามารถแบ่งได้อีก 5
แบบ คือ |
| |
|
1. แบบใช้กลไก (Mechanical Controlled)

รูปที่ 3 แสดงวงจรควบคุมอัตราการไหลโดยใช้กลไกแบบมือหมุน |
|
หลักการทำงาน : เมื่อหมุนมือหมุนจะทำให้ก้านสูบของ Servo Cylinder
เคลื่อนที่ได้ ถ้าก้านสูบเลื่อนออกมาจะทำให้ค่ามุม α ลดลง
มีผลทำให้อัตราการไหลของปั๊มลดลง |
2. แบบใช้กลไกและความดันน้ำมัน
(Mechanical and Hydraulic Controlled)
|

รูปที่ 4 แสดงวงจรควบคุมอัตราการไหลแบบกลไกและน้ำมัน |
|
|
หลักการทำงาน :
ในสภาวะปกติน้ำมันถูกจ่ายออกมาจากปั๊มผ่านวาล์วกันกลับ
(1) เข้าไปยังด้านก้านสูบของ Servo Cylinder
ทำให้ก้านสูบเลื่อนเข้ามีผลทำให้มุม a เอียงมากดังนั้นอัตราการไหลของน้ำมันไฮดรอลิกจึงจ่ายออกมาจากปั๊มเป็นจำนวนมากเมื่อโยกก้านโยกจากทิศทางตำแหน่ง
Max ไปยังตำแหน่ง 0 ทำให้วาล์ว 3/2 เลื่อนลง
มีผลทำให้น้ำมันที่เคยไหลไปยังด้านก้านสูบของ Servo Cylinder
ไหลไปรวมกับน้ำมันที่ไหลจากระบบโดยผ่านวาล์วกันกลับ P
มารวมกันที่ทางเข้าของงวาล์ว 3/2
จากนั้นไหลผ่านวาล์วดังกล่าวไปยังด้านหัวลูกสูบของ Servo Cylinder
ทำให้ก้านสูบเลื่อนออกมาทำให้ค่ามุม a
ลดลงมีผลทำให้อัตราการไหลของปั๊มลดลง |
3. แบบใช้ไฟฟ้า (Electrical Motor Control)

รูปที่ 5 แสดงวงจรควบคุมอัตราการไหลแบบใช้ไฟฟ้า |
|
หลักการทำงาน :
เมื่อจ่ายไฟฟ้าเข้ามอเตอร์จะทำให้มอเตอร์หมุน
มีผลต่อการเคลื่อนที่ของก้านสูบใน Servo Cylinder
ถ้าก้านสูบเลื่อนออกค่ามุม a จะลดลงอัตราการไหลจะถูกปรับให้น้อยลง
ถ้าก้านสูบเลื่อนเข้าค่ามุม a
จะเพิ่มขึ้นอัตราการไหลจะถูกปรับให้มากขึ้นตามลำดับ |
4.
แบบใช้ไฟฟ้าและความดันน้ำมัน (Electrical and
Hydraulic Controlled)

รูปที่
6 แสดงวงจรควบคุมอัตราการไหลแบบไฟฟ้าและน้ำมัน |
|
หลักการทำงาน :
เมื่อยังไม่มีการจ่ายไฟฟ้าเข้าไปยัง Control Valve
4/3 ทำให้วาล์วดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งกลาง ดังนั้นลูกสูบของ Servo
Cylinder จะหยุดในตำแหน่งใด ๆ ก็ได้
ในที่นี้จะกำหนดอยู่ในตำแหน่งกลาง ซึ่งมีผลทำให้ค่ามุม a
อยู่ระหว่างกลางเช่นกัน
ดังนั้นอัตราการไหลจึงมีปริมาตรไม่มากที่สุดหรือน้อยที่สุด
เมื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าไปยัง Control Valve ด้านโซลินอยด์ a
มีผลทำให้วาล์วเลื่อนไปทางซ้ายมือ ดังนั้นน้ำมันจากรู P จะไหลผ่าน
Control Valve ไปยัง Servo Cylinder ด้านซ้ายมือด้วย
มีผลทำให้ก้านสูบเลื่อนไปทางขวามือ มีผลทำให้ค่ามุม a
มีค่าเพิ่มมากขึ้น ถ้าเพิ่มค่าแรงดันไฟฟ้าเข้าไปที่โซลินอยด์ a
เพิ่มขึ้น Control Valve
ก็จะเลื่อนไปทางซ้ายมือมากขึ้นมีผลทำให้ก้านสูบเลื่อนไปทางขวามือมากขึ้นค่ามุม
a ก็จะเพิ่มมากขึ้นอีกทำให้ค่าอัตราการไหลของน้ำมันไฮดรอที่ออกมาจากปั๊มมากขึ้นตามลำดับ
เมื่อตัดไฟเข้าที่โซลินอยด์ D.C. Valve 4/3 จะอยู่ตำแหน่งกลาง
ดังนั้นก้านสูบจึงหยุดเคลื่อนที่มีผลทำให้อัตราการไหลขณะนี้คงที่
และในกรณีที่จ่ายไฟฟ้าเข้าไปยัง Control Valve ด้านโซลินอยด์ b
มีผลที่ได้รับจะตรงข้ามกับการจ่ายไฟฟ้าเข้าโซลินอยด์ทางด้าน a
คือเมื่อจ่ายค่าแรงดันไฟฟ้าเพิ่มขึ้น Control Valve
เลื่อนมากขึ้นก้านสูบเลื่อนไปทางซ้ายมือมากขึ้นค่ามุม a น้อยลง
ดังนั้นค่าอัตราการไหลของน้ำมันไฮดรอลิกที่ออกมาจากปั๊มจึงลดลงตามลำดับ |
5. แบบใช้ความดันน้ำมัน (Hydraulic Controlled)
ซึ่งในแบบที่ 5 นี้ยังแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ
|
5.1 ชนิดควบคุมความดัน (Pressure Control)
|

รูปที่ 7 แสดงวงจรควบคุมอัตราการไหลแบบ Pressure Control |
|
หลักการทำงาน :
ในสภาวะปกติน้ำมันจะไหลออกมาปั๊มไปยัง Servo Cylinder
ด้านก้านสูบมีผลทำให้ด้านสูบเลื่อนเข้าจึงทำให้ค่ามุม a
มากขึ้นอัตราการไหลจึงมีค่าปริมาณมากขึ้น
น้ำมันส่วนหนึ่งที่ไหลจากปั๊มจะพยายามไปดันให้ Control
Valve 3/2 เลื่อนไปทางขวามือและอีกส่วนหนึ่งไปรออยู่ที่รูป P
ของ Control Valve
เมื่อความดันในระบบไฮดรอลิกสูงขึ้น
ซึ่งเป็นผลมาจากอุปกรณ์ทำงานรับภาระเพิ่มมากขึ้นหรือหยุดการเคลื่อนที่
แรงเนื่องจากความดันของน้ำมันที่ไปดัน Control Valve
จะชนะแรงกดของสปริงทำให้ Control Valve
เลื่อนไปทางขวามือ น้ำมันที่จะไหลผ่าน Control
Valve ไปยัง Servo Cylinder
ด้านหัวลูกสูบทำให้ก้านสูบเลื่อนออกมาทำให้ค่าของมุม a
จะลดลงทำให้ค่าอัตราการไหลจากปั๊มลดลง
เมื่ออุปกรณ์ทำงานรับภาระน้อยลงหรือมีการเคลื่อนที่หรือมีการรั่วซึ่งทำให้ความดันในระบบไฮดรอลิกน้อยลงไปด้วย
ดังนั้นแรงเนื่องจากความดันของน้ำมันที่ไปดัน Control
Valve จะมีค่าน้อยกว่าแรงต้านของสปริง Control
Valve
จะเลื่อนไปทางซ้ายมือเป็นผลทำให้น้ำมันบริเวณหัวลูกสูบของ
Servo Cylinder ระบายผ่าน Control Valve
ทิ้งลงถังพักและเป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำมันจากปั๊มไหลไปยังก้านสูบของ
Servo Cylinder ทำให้ก้านสูบเลื่อนเข้าส่งผลให้ค่ามุม
a
เพิ่มมากขึ้นอัตราการไหลของน้ำมันที่ส่งไปยังอุปกรณ์ทำงานจึงเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความเร็วในการเคลื่อนที่หรือชดเชยการรั่วของน้ำมันเพื่อให้มีความดันคงที่ |
|
5.2 ชนิดควบคุมช่องทางการไหล (Flow Control)
|

รูปที่ 8 แสดงวงจรควบคุมอัตราการไหลแบบ Flow
Control |
|
ข้อกำหนดเบื้องต้น :
การปรับตั้งFlow Control Valve
เปรียบเสมือนการเปิด DC. Valve ให้ กว้างขึ้น หรือ การเปิด DC. Valve
หลาย ๆ ตัว
หลักการทำงาน :
ในสภาวะปกติน้ำมันไหลออกจากปั๊มไปยังด้านก้านสูบของ
Servo Cylinder ทำให้ก้านสูบเลื่อนเข้ามีผลทำให้ค่ามุม a
มากขึ้นทำให้ค่าอัตราการไหลจากปั๊มมีปริมาณมาก
น้ำมันบางส่วนที่ไหลจากปั๊มจะพยายามไปดันให้ Control Valve 3/2
เลื่อนไปทางขวามือและอีกส่วนหนึ่งไปอยู่ที่รู P ของ Control Valve
น้ำมันส่วนดังกล่าวข้างต้นเป็นน้ำมันที่ใช้ควบคุมการทำงานของ Servo
Cylinder ส่วนอัตราการไหลน้ำมันหลักจะไหลผ่าน Flow Control Valve
(F)
ไปสู่อุปกรณ์ทำงาน
เมื่อเราต้องการปรับลดอัตราการไหลของปั๊มกระทำได้ด้วยปรับ Flow
Control Valve ให้มีช่องทางการไหลของน้ำมันแคบลง
ดังนั้นน้ำมันบริเวณระหว่าง Flow Control Valve
และด้านจ่ายของปั๊มจะไหลไม่สะดวกความดันบริเวณดังกล่าวจึงมีค่าเพิ่มขึ้น
จึงทำให้น้ำมันส่วนที่ไปดัน Control Valve 3/2 มีแรงมากพอที่จะดัน
Control Valve ให้เลื่อนไปทางขวา ดังนั้นน้ำมันจะไหลผ่าน Control
Valve เข้าไปยังด้านหัวลูกสูบของ Servo Cylinder
ทำให้ก้านสูบเลื่อนออกมีผลทำให้ค่ามุม a
ลดลงอัตราการไหลที่ออกจากปั๊มมีปริมาณลดลงด้วยถ้าปรับ Flow Control
Valve ให้มีช่องทางการไหลน้ำมันแคบเท่าใด ความดันที่จะไปดันControl
Valve 3/2 ให้เลื่อนไปทางขวามากขึ้นเท่านั้น
น้ำมันที่ไหลไปดันให้ก้านสูบเลื่อนออกจะมากขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้นค่ามุม a และอัตราการไหลก็จะลดลงตามลำดับ
ถ้าต้องการปรับเพิ่มอัตราการไหลกระทำโดยปรับที่ Flow
Control Valve ให้มีช่องทางการไหลของน้ำมันกว้างขึ้น
ดังนั้นความดันที่จะไปดันทางด้านหัวลูกสูบ Servo
Cylinder
จะมีค่าน้อยลงแต่ความดันด้านก้านสูบจะมีค่ามากกว่าก้านสูบจะเลื่อนเข้าอัตราการไหลจะเพื่มขึ้น
ซึ่งอัตราการไหลที่ผ่าน Flow Control Valve
ไปยังอุปกรณ์ทำงานให้เคลื่อนนั้นเป็นอัตราการไหลเริ่มต้นหลังจากปรับ
Flow Control Valve
เมื่ออุปกรณ์ทำงานมีภาระมากขึ้นหรือหยุดการเคลื่อนที่ทำให้ความดันในระบบสูงขึ้นความดันที่ไป
Control Valve มีค่ามากขึ้นจึงสามารถดัน Control
Valve
ไปทางขวาได้มากขึ้นน้ำมันจึงไหลไปดันให้ก้านสูบเลื่อนออกมามากขึ้นค่ามุม
a
ลดลงค่าอัตราการไหลจากปั๊มมีปริมาณลดลงเมื่ออุปกรณ์ทำงานมีการเคลื่อนที่ความดันในระบบลดลงความดันที่ไปกด
Flow Control Valve น้อยลง
น้ำมันที่ผ่านไปดันหัวลูกสูบน้อยลงแต่เข้าไปดันก้านสูบของ
Servo Cylinder มากกว่า
จึงทำให้ก้านสูบเลื่อนเข้าค่ามุม a
เพิ่มมากขึ้นทำให้ค่าอัตราการไหลจากปั๊มมีปริมาณมากขึ้นอีกครั้ง |
|
5.3 ชนิดควบคุมความดันและช่องทางการไหล (Pressure and Flow
Control)
|

รูปที่ 9 แสดงวงจรการควบคุมอัตราการไหลแบบ Pressure and flow
Control |
หลักการทำงาน :
ชนิดควบคุมนี้เป็นการนำชนิดที่ 5.1 และ 5.2
มารวมกัน
ซึ่งหลักการทำงานในการควบคุมอัตราการไหลโดยใช้การควบคุมช่องทางการไหลของน้ำมันเป็นไปดังแบบ
5.1 เมื่อปรับ Flow Control Valve
ให้ช่องการไหลแคบลงความดันระหว่าง Flow Control Valve
และด้านจ่ายของปั๊มมากขึ้น Control Valve 3/2
ตัวบนเลื่อนเปิดน้ำมันไปยังหัวลูกสูบ Servo Cylinder
มากขึ้นก้านสูบเลื่อนออกมาปรับค่ามุม α
และอัตราการไหลเริ่มต้นให้ลดลง
และถ้าต้องการให้อัตราการไหลเริ่มต้นเพิ่มขึ้นกระทำโดยการเปิด Flow
Control Valve ให้กว้างมากขึ้น
เมื่ออุปกรณ์ทำงานรับภาระมากขึ้นมีผลทำให้ระบบมี |
|
ความดันมากขึ้น
ทำให้น้ำมันจะไปดันให้ Control Valve 3/2
ตัวบนเลื่อนไปทางขวามากขึ้น
ซึ่งจะมีแนวโน้มทำให้อัตราการไหลของปั๊มลดลง
และจะให้ความเร็วของอุปกรณ์ทำงานลดลงตามกันด้วยแต่การควบคุมของปั๊มชนิดสามารถทำให้อัตราการไหลและความเร็วคงที่ได้โดยการต่อสายสัญญาณ
Load Sensing เข้ามาที่รูป X
และไปช่วยสปริงต้านการเคลื่อนที่มาทางขวาของ Control Valve 3/2
ตัวบน ด้วยเหตุนี้เมื่ออุปกรณ์ทำงานมีภาระมากขึ้น Control Valve
3/2 ตัวบนจะไม่เลื่อนไปทางขวามากขึ้น
ดังนั้นอัตราการไหลและความเร็วจะยังคงที่อยู่
เมื่ออุปกรณ์ทำงานหยุดการเคลื่อนที่
ความดันในระบบสูงขึ้นทำให้น้ำมันไปดันให้ Control Valve 3/2 ทั้ง
2 ตัวเลื่อนไปทางขวามือจนสุด ดังนั้นน้ำมันจะไหลผ่าน Control
Valve 3/2 ไปยังหัวลูกสูบของ Control Cylinder
ทำให้ก้านสูบเลื่อนออกมาปรับมุม α ให้ลดลง
ดังนั้นอัตราการไหลจากปั๊มจะลดลงต่ำสุดเพื่อสอดคล้องกับสภาวะที่อุปกรณ์ทำงานหยุดการเคลื่อนที่
และเมื่ออุปกรณ์ทำงานมีการเคลื่อนที่ทำให้ระบบมีความดันลดลงทำให้สปริงของ
Control Valve 3/2 ตัวล่างดันวาล์วดังกล่าวเลื่อนไปทางซ้ายมือ
ดังนั้นน้ำมันบริเวณหัวลูกสูบของ Control Cylinder
สามารถระบายทิ้งไปได้ นอกจากนี้ Spring ของ Control Cylinder
ตัวล่างจะดันให้มุมของ Swash Plate
เพิ่มมากขึ้นทำให้ปั๊มจ่ายอัตราการไหลเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการทำงานของอุปกรณ์ทำงาน |
|
5.4 ชนิดการควบคุมกำลังไฮดรอลิกคงที่ (Constant Hydraulic Power
Control)
|

รูปที่ 10 แสดงวงจรควบคุมอัตราการไหลแบบ Constant Hydraulic Power
Control |
หลักการทำงาน :
ในสภาวะปกติน้ำมันไหลจากปั๊มไปยังด้านก้านสูบของ
Servo Cylinder ดันให้ก้านสูบเลื่อนเข้าค่ามุม a
เพิ่มขึ้นทำให้อัตราการไหลมีปริมาณมาก
เมื่ออุปกรณ์ทำงานรับภาระเพิ่มขึ้น
ค่าความดันในระบบเพิ่มมากขึ้นน้ำมันที่เข้าไปด้านก้านสูบและห้องว่างภายในลูกสูบมากขึ้นจนทำให้สามารถยกแกนกด
Control Valve 3/2 ให้เลื่อนขึ้นไปด้านบนได้
มีผลทำให้น้ำมันจากปั๊มบางส่วนไหลผ่าน Control Valve
ไปยังด้านหัวลูกสูบทำให้ด้านสูบเลื่อนออกมามีผลให้ค่ามุม a
และอัตราการไหลมีปริมาณลดลง จากกราฟจะเห็นว่าค่าอัตราการไหลจะค่อย ๆ
ลดลงขณะที่ค่าความดันค่อย ๆ เพิ่มขึ้น |
|
ถ้าคำนวณพื้นที่ใต้กราฟจะพบว่ากำลังไฮดรอลิกจะคงที่ตลอด
ขณะทำการปรับอัตราการไหลเมื่ออุปกรณ์ทำงานมีภาระน้อยลง
ความดันของน้ำมันที่ดันแกนกด Control Valve
จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นสปริงของ Control Valve
จะดัน Valve
เลื่อนลงมาเปิดทางให้น้ำมันบริเวณหัวลูกสูบของ Servo
Cylinder
ระบายลงถังน้ำมันจากปั๊มบางส่วนจะดันก้านสูบให้เลื่อนเข้าทำให้ค่ามุม
a และค่าอัตราการไหลมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง |
|
5.5 ชนิดแบบรวมการควบคุม ความดันการควบคุมอัตราการไหลและ
การควบคุมกำลังคงที่
|

รูปที่
11 แสดงวงจรการควบคุมแบบรวม |
จากการควบคุมแบบ 5.4
จะพบว่าไม่สามารถตั้งค่าอัตราการไหลเริ่มต้นได้ดังนั้นเพื่อตอบสนองการควบคุมแบบ
5.4 จึงได้นำเอาวงจรของการควบคุมแบบ 5.3 มาติดตั้ง
วาล์วระบายความดัน ซึ่งในที่นี้ทำหน้าที่เป็น Constant Power
Valve ดังรูปที่ 11
โดยที่หลักการทำงานและปรับตั้งอัตราการไหลเริ่มต้นนั้นเหมือนกับการควบคุมแบบข้อ
5.3
สวนการปรับอัตราการไหลให้ลดลงขณะเมื่อมีภาระสูงขึ้นนั้นมีหลักการทำงานดังนี้
เมื่อระบบมีความดันสูงขึ้นจนสามารถชนะแรงดันสปริงของ Control Valve
3/2 ตัวบนได้ โดยปกติ Valve
ตัวบนตั้งค่าความดันไว้ต่ำกว่าตัวล่างทำให้น้ำมันไหลผ่าน Control
Valve ตัวบนมายังห้องหัวลูกสูบของ Control Cylinder
ทำให้ก้านสูบเลื่อนออกปรับมุม a ของ Swash plate
เป็นการเริ่มต้นลดอัตราการไหล และเมื่อพิจารณา
ขณะอัตราการไหลลดลงมาจะมีผลทำให้ความดันของระบบเพิ่มขึ้นเนื่องจากก้านสูบของ
Control Cylinder เลื่อนไปกดสปริงของ Constant Power Valve
และเมื่อความดันในระบบสูงขึ้นจนสามารถชนะแรงดันสปริงของ Control
Valve 3/2 ข้างล่างได้ทำให้อัตราการไหลลดลงอย่างช้า ๆ
โดยพิจารณาความชันของการลดอัตราการไหลช่วงที่ 2 จะมีความชันน้อยกว่า
แต่ถึงอย่างไรความดันก็จะเพิ่มขึ้นขณะอัตราการไหลลดลง
และถ้าพิจารณาพื้นที่ใต้กราฟบนทุก ๆ จุดบนเส้นกราฟที่ได้ค่าจากpคูณกับ
Q ได้ค่ากำลังไฮดรอลิกคงที่ตลอด
|
|
ในกรณีที่อุปกรณ์ทำงานหยุดการเคลื่อนที่ความดันในระบบจะถึงจุดสูงสุด
ซึ่งมีค่าเท่ากับความดันที่ Constant Power Valve
น้ำมันจากปั๊มจะระบายผ่านวาล์วดังกล่าวทิ้งลงถัง
และเมื่ออุปกรณ์ทำงานเริ่มมีการเคลื่อนที่ความดันในระบบจะต่ำลงทำให้สปริงของ
Control Valve 3/2 ดัน
วาล์วดังกล่าวไปทางซ้ายมีผลทำให้ก้านสูบของ Control Cylinder
ตัวบนเลื่อนกลับมาทำให้อัตราการไหลเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองการเคลื่อนที่ดังกล่าวได้อีกครั้ง
|
|
|
สรุป :
ปั๊มแบบ Axial Piston
ที่สามารถปรับอัตราการไหลได้มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ Bent
Axis และ Swash Plate แต่ในบทความนี้นำเสนอแบบ Swash Plate
ซึ่งมีกลไกคือ Servo Cylinder หรือ Control Cylinder
เป็นตัวปรับแผ่นเอียงซึ่งมีผลต่อระยะชักของลูกสูบและอัตราการไหลตามลำดับโดยที่วิธีการควบคุม
Control Cylinder มีอยู่ 5 วิธีคือ
| 1 |
แบบกลไก |
| 2 |
แบบกลไก และความดันน้ำมัน |
| 3 |
แบบใช้ไฟฟ้า |
| 4 |
แบบใช้ไฟฟ้าและความดันน้ำมัน |
| 5 |
แบบใช้ความดันน้ำมัน |
|
เอกสารอ้างอิง
MANNESMANN REXROTH , Variable Displacement Pump Data Sheet .
MANNESMANN REXROTH , Hydraulic Training Axial Piston Unit
MANNESMANN REXROTH , Hydraulik Trainer apply. |