|
คงไม่มีใครปฎิเสธได้เลยว่าต้นทุนของพลังงานในปัจจุบันมีมูลค่าสูง
และยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งต้นทุนดังกล่าวได้สร้างปัญหาให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก
ปัจจุบันภาครัฐและภาคเอกชนได้มีการตื่นตัวและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานในทุก
ๆ ด้านอย่างจริงจัง
และจากนโยบายด้านการประหยัดพลังงานของรัฐบาลที่มุ้งเน้นให้ทุกหน่วยงานมีโครงการด้านการประหยัดพลังงาน
โดยออกกฎหมายด้านพลังงานให้โรงงานควบคุมจัดทำแผนและเป้าหมายด้านพลังงาน
อีกทั้งยังสนับสนุนให้มีหน่วยงานต่าง ๆ
คอยให้คำปรึกษาและแนะนำให้กับผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรม
ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยลดพลังงานให้กับประเทศ
และช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้วยังเป็นการลดต้นทุนของการผลิต
ซึ่งสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจอีกด้วย
พลังงานลมอัดถือได้ว่าเป็นพลังงานที่สำคัญ
และมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท
แต่ทั้งนี้พลังงานลมอัดเป็นพลังงานที่มีต้นทุนการผลิตสูง
มีผู้ใช้จำนวนมากไม่ทราบว่าค่าพลังงานต่อปริมาณลมที่ใช้ที่ค่าเป็นเท่าไร
ซึ่งไม่เหมือนกับค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำมัน หรือค่าแก็ส
|
|
เนื่องจากส่วนใหญ่ในระบบลมอัดไม่มีการติดตั้งมาตรวัดลมเทียบกับค่าไฟฟ้าที่จ่ายนั้นเอง
นอกจากนี้การใช้พลังงานลมอัดของแต่ละอุตสาหกรรม ก็มีความแตกต่างกันไป
ไม่มีระบบที่แน่นอน
ทำให้การวางแผนที่จะบริหารจัดการและปรับปรุงระบบอากาศอัดเป็นไปได้ยาก
ดังนั้นการวางแผนที่จะปรับปรุงระบบอากาศอัดให้มีประสิทธิภาพ
และเกิดพลังงานสูงสุด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจวัด
เก็บข้อมูลและนำผลที่ได้มาทำการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อให้ทราบถึง
พฤติกรรมการใช้พลังงานของระบบอัดอากาศ เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงระบบ
โดยมีแนวทางที่ชัดเจน และสามารถดำเนินการได้จริง
โดยยังคงดำเนินตามนโยบายการประหยัดพลังงานและไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอากาศอัดที่ใช้งานอยู่
หรืออาจกล่าวได้ว่า ระบบยังคงมีเสถียรภาพที่ดีต่อไป
ในการตรวจวัดและวิเคราะห์ระบบอากาศอัด
จึงจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน
ประกอบกับเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและถูกออกแบบมาเพื่อใช้ตรวจวัดและวิเคาะห์ระบบอากาศอัดโดยเฉพาะมาทำการตรวจวัด
ทั้งนี้เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ได้มาใช้งานเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่พบได้จริง
|
|
1. ประเมินข้อมูลของเครื่องอัดอากาศในระบบ
8 ค่าพลังงานที่ใช้ (KW)
8
อัตราการไหลของลมอัด (m3/min)
2. ประเมินข้อมูลของระบบอากาศอัดโดยรวม
8 ค่าแรงดันที่ใช้งานอยู่ในระบบ (bar)
8เปอร์เซ็นต์การใช้ของเครื่องอัดอากาศอย่าง
เหมาะสม(%)
3. พฤติกรรมการเดินของเครื่องอัดอากาศ
8 อัตราการทำงานของเครื่องอัดอากาศ
(%)
8 อัตราการผลิตลมของเครื่องอากาศอัด (%)
8 อัตราการเดินตัวเปล่าของเครื่องอากาศอัด (%)
4. สรุปผลข้อมูลเชิงวิเคราะห์ของระบบอากาศอัด
8 ค่าพลังงานรวมที่ใช้ในระบบอากาศอัด (Kwh)
8
ปริมาณของลมที่ใช้ในระบบ
(m3)
|
|
· 8 อัตราการใช้พลังงานเพื่อนำไปผลิตอากาศอัด (%)
8 อัตราการสูญเสียพลังงานในการเดินเครื่องตัวเปล่า
(%)
8 ประสิทธิภาพของระบบอากาศอัด (Kw/m3/min)
8 ต้นทุนของการผลิตอากาศอัด (THB/m3)
8 ต้นทุนรวมของการผลิตอากาศอัด (THB)
5.
ข้อแนะนำและแนวทางการบริหารจัดการระบบอากาศอัด
8 การลดการเดินเครื่องตัวเปล่าโดยไม่ได้อัดอากาศ
8 การลดต้นทุนผลิตต่อหน่วยของพลังงานอากาศอัด
8 การลดการสูญเสียจากการรั่วในระบบ
8 การลดแรงดันที่สูงเกินความจำเป็น
8 การลดย่านแรงดันควบคุม
|
|
-
ควบคุมการทำงานของเครื่องอัดอากาศได้ทุกยี่ห้อ
-
ควบคุมการทำงานของเครื่องอัดอากาศที่มีอยู่ในระบบให้ทำงานอย่างเหมาะสมกับ
ความต้องการใช้ลมจริง
-
ลดย่านแรงดันที่กว้างให้แคบลงด้วยเทคโนโลยี One touch &
Single Pressure Band Wide
ซึ่งส่งผลให้สามารถลดแรงดันในระบบลงได้
-
ลดปัญหาการสูญเสียเนื่องจากลมรั่ว
มีซอฟแวร์เพื่อแสดงสถานะต่าง ๆ ในระบบ อาทิเช่น แรงดันของระบบ,
สภาวะของเครื่องอากาศแต่ละตัวในระบบ, ประสิทธิภาพของระบบ
และซอฟแวร์ยังสามารถนำสัญญานจากอุปกรณ์ต่างๆจากภายนอกเช่น flow sensor,
kw meter, Pressure sensor, Dew point sensor
เข้ามาเชื่อมต่อเพื่อแสดงค่าและเก็บบันทึกค่าได้
และยังมีฟังก์ชั่นที่สามารถจะบอกให้ทราบถึงชั่วโมงการทำงานของ
|
|
-
อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบ เช่น เครื่องอัดอากาศ, ชุดกรองอากาศ,
เพื่อง่ายต่อการบำรุงรักษา
-
สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Computer Net
Work Ethernet
หรือ ส่งสัญญาน Remote
ผ่าน
RS485 Network
และยังสามารถดูค่าโดยการเชื่อมต่อผ่าน Modem
จึงทำให้สามารถตรวจสอบระบบอากาศอัดจากทุกที่ในโลกได้อย่างไร้พรมแดน
-
สามารถควบคุมการทำงานเครื่องอัดอากาศที่ติดตั้งระบบปรับความเร็วรอบมอเตอร์ (VFD) ได้
-
สามารถควบคุมเครื่องอัดอากาศได้สูงสุด 24 เครื่องใน 1 ระบบ
-
มีฟังก์ชั่นหลากหลายเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างในแต่ละอุตสาหกรรม
|